Baby Boomers (Gen B): รุ่นผู้เปลี่ยนโลกหลังสงคราม
ช่วงปีเกิด: ปี พ.ศ. 2489 – 2507 (ค.ศ. 1946 - 1964)
เป็นยุคที่เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทั่วโลก ส่งผลให้เกิด "Baby Boom" หรือการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร คน Gen นี้เติบโตในช่วงที่โลกเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่ เช่น การพัฒนาอุตสาหกรรม และการขยายตัวของเมือง เป็นต้น
ลักษณะเด่นของคน Gen B:
- ให้ความสำคัญกับความสำเร็จและความก้าวหน้า
- ชอบการทำงานหนักเพื่อเป้าหมายในระยะยาว
- เป็นกลุ่มที่มักลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
Generation X (Gen X): รุ่นของความยืดหยุ่นและการปรับตัว
ช่วงปีเกิด: ปี พ.ศ. 2508 – 2522 (ค.ศ. 1965 - 1980)
Gen X หรือที่บางครั้งเรียกว่า " Generation ของคนทำงานหนัก" เติบโตขึ้นมาในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ได้เข้ามามีบทบาทมากเหมือนในปัจจุบัน คนรุ่นนี้จึงถูกหล่อหลอมด้วยความอดทน ยืดหยุ่น และการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
Gen X เปรียบเสมือนเป็น "สะพานเชื่อม" ระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากเป็น Gen ที่เกิดในยุคก่อนอินเทอร์เน็ต แต่สามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดีเมื่อมันกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เช่น การเปลี่ยนผ่านจากการใช้โทรศัพท์บ้านสู่สมาร์ทโฟน
ลักษณะเด่นของคน Gen X:
- ชอบความมั่นคงในชีวิตและการงาน
- ให้ความสำคัญกับครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นในอาชีพการงาน
- เป็นกลุ่มที่มีความภักดีต่อแบรนด์และองค์กร
Millennials (Gen Y): รุ่นที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนยุคใหม่
ช่วงปีเกิด: ปี พ.ศ. 2523 – 2539 (ค.ศ. 1981 - 1996)
Gen Y หรือ Millennials คือรุ่นที่เติบโตมากับการพัฒนาของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตในยุคแรก ๆ เช่น การใช้อีเมล การเล่นโซเชียลมีเดีย และสมาร์ทโฟน เป็นต้น คนใน Gen นี้จึงคุ้นเคยกับโลกดิจิทัลตั้งแต่วัยเด็ก นอกจอกนี้ Gen Y ยังเป็นรุ่นที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพทั้งร่างกาย-จิตใจ การใช้ชีวิตที่สมดุลทั้งชีวิตการทำงาน-ชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance) และการแสวงหาความหมายชีวิต
คน Gen Y จึงถือเป็น “Generation แห่งการเปลี่ยนแปลง” เนื่องจาก Gen Y ชอบการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไม่ยึดติดกับรูปแบบการทำงานแบบเดิม ๆ เช่น การทำงานแบบ 9-to-5 (เริ่มทำงาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น) แต่จะเริ่มหันมาสนใจงานที่มีความยืดหยุ่น หรือการทำงาน Freelance
ลักษณะเด่นของคน Gen Y:
- ชื่นชอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ
- เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อเทรนด์ทางสังคม เช่น การใช้ Social Media
- มีอิสระทางความคิด คิดนอกกรอบ มีความคิดสร้างสรรค์
- ให้ความสำคัญกับคุณค่าและจุดยืนทางสังคม
Generation Z (Gen Z): ดิจิทัลเนทีฟแห่งอนาคต
ช่วงปีเกิด: ปี พ.ศ. 2540 – 2552 (ค.ศ. 1997 - 2009)
Gen Z คือ กลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok, Instagram และ YouTube เป็นต้น ดังนั้น คน Gen Z จึงถูกเรียกว่า “Digital Natives”
Gen Z เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดกล้าทำ และมักจะมองหาช่องทางแสดงออกในแบบของตนเอง เช่น การสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ หรือการเปิดธุรกิจส่วนตัวตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นต้น นอกจากนี้ กลุ่มคน Gen Z ยังใส่ใจในเรื่องของประเด็นทางสังคม เช่น สิทธิมนุษยชน ความหลากหลาย และปัญหาของสิ่งแวดล้อม
ลักษณะเด่นของคน Gen Z:
- คล่องแคล่วในโลกดิจิทัล
- ยอมรับความหลากหลาย เปิดกว้างเรื่องวัฒนธรรม เพศ เชื้อชาติ และความคิดเห็นที่แตกต่าง
- มีแนวคิดแบบกล้าหาญ กล้าคิดกล้าทำ
- ใส่ใจปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม
Generation Alpha (Gen Alpha): เจเนอเรชันแห่งการเกิดใหม่
ช่วงปีเกิด: ปี พ.ศ. 2553 – 2567 (ค.ศ. 2010 - 2025)
Gen Alpha เป็นเด็กที่เติบโตในโลกที่เทคโนโลยีอย่าง AI, Internet of Things (IoT) และเทคโนโลยีอัจฉริยะ เด็ก Gen Alpha เรียกได้ว่าเกิดในยุคที่ความล้ำสมัยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ดังนั้นเด็ก Gen Alpha จึงคุ้นเคยกับอุปกรณ์สมาร์ทตั้งแต่ยังเล็ก นอกจากนี้ เด็ก Gen Alpha ยังมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในอนาคตได้
ลักษณะเด่นของคน Gen Alpha:
- มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
- คุ้นเคยกับอุปกรณ์สมาร์ทต่าง ๆ ตั้งแต่วัยเยาว์
- มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี
Generation Beta (Gen Beta): ยุคอนาคตข้างหน้า
ช่วงปีเกิด: ปี พ.ศ. 2568 – 2582 (ค.ศ. 2026 - 2039)
Gen Beta คือ คือคำที่ถูกนำมาใช้เรียกกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะเกิดหลังปี 2025 แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่เกิดในขณะนี้ แต่ก็มีการคาดการณ์ไว้ว่าคนรุ่นนี้จะเติบโตในโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ โดยเฉพาะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีล้ำหน้าต่าง ๆ ที่ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่จะกลายเป็น "ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน" อย่างแท้จริง



Comments
Post a Comment